[SMT AI NOW] Use case AI ที่ทำให้ Legacy System ไปต่อได้
![[SMT AI NOW] Use case AI ที่ทำให้ Legacy System ไปต่อได้](https://smt-ai-hub.s3.ap-southeast-7.amazonaws.com/news/usecaseai-leg.jpeg)
🔍 ภาพรวมกิจกรรม
หลายองค์กรยังคงพึ่งพา Legacy System
ซึ่งมีความซับซ้อน แก้ยาก และใช้ทรัพยากรสูง
แต่กิจกรรม SMT AI NOW ครั้งนี้ ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า
👉 AI สามารถช่วยให้ระบบเดิม “ไปต่อได้” โดยไม่ต้องรื้อใหม่ทั้งหมด
หัวใจสำคัญคือการใช้ AI เป็น layer เสริม
เพื่อช่วยลด pain point เดิม โดยไม่แตะ core system ที่มีความเสี่ยงสูง
🔄 เปลี่ยนมุมมองจาก Legacy เป็น Leverage
Session เปิดด้วยคำถามสำคัญ
“ถ้าเราเปลี่ยนระบบทั้งหมดไม่ได้ เราจะทำให้มันดีขึ้นได้อย่างไร?”
คำตอบคือ
เริ่มจากจุดเล็กๆ ที่มีปัญหาจริง
แล้วใช้ AI เข้าไปช่วยในจุดนั้นทันที
เพื่อให้เห็นผลเร็ว ลดความเสี่ยง และไม่ต้องรอระบบใหม่
🧩 Real Use Cases จากทีม AI YA
Speaker: คุณเอฟ (SMT/AAPP/TDD/AMO)
ทีม AI YA ได้นำเสนอการประยุกต์ใช้ AI กับระบบ Legacy ที่ใช้งานจริงในองค์กร
โดยเน้นการใช้ AI เป็น layer เสริม เพื่อช่วยทำความเข้าใจระบบเดิม
ลดความซับซ้อนในการวิเคราะห์โค้ด และลดความเสี่ยงจากการแก้ไขระบบขนาดใหญ่
แนวทางนี้ช่วยให้ทีมสามารถเริ่มจากจุดเล็กๆ ที่มีปัญหาจริง
เห็นผลลัพธ์ได้เร็ว และไม่จำเป็นต้องรื้อหรือเปลี่ยน core system ทั้งหมด
🤖 Project Highlight: TDD AI Challenge – AI YA!
👥 Our Team (AI YA)
- Krirerk Chootiang – Senior Application Developer
- Pattaraporn Senorit – Application Developer
- Wallapa Tongboonkerd – Senior Software Tester
🚩 จุดเริ่มต้นของไอเดีย & ปัญหาที่พบ
ระบบเดิมใช้ RichFaces / JSF (JavaServer Faces)
ซึ่งเป็น Legacy Architecture ที่มีอายุมาก และมีความซับซ้อนสูง
ระบบลักษณะนี้ยังคงเป็น backbone สำคัญขององค์กร
แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างภาระให้ทีมพัฒนาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ทั้งในแง่เวลา ความเสี่ยง และการส่งต่อความรู้ภายในทีม
ลักษณะโค้ด
- JSP และ Java classes หลายร้อยไฟล์
- Dependencies จำนวนมาก
- Flow ซับซ้อนหลายชั้น (JSP → Action → Bean → DAO → Database)
ตัวอย่างปัญหาจริง
- แก้ Notification หรือ Navigation ต้องแก้หลายไฟล์และกระทบหลายจุด
- ปัญหา “address ไม่ save” ต้องไล่ตั้งแต่ Frontend ถึง Stored Procedure
- ปัญหา “notification ไม่แสดง” ต้องแก้ทั้ง Service, Controller และ HTML
👉 ทุกครั้งต้องใช้เวลานาน เพราะต้องทำความเข้าใจ flow ทั้งระบบ
และความผิดพลาดเพียงจุดเดียว อาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง
⏱️ Pain Points ก่อนใช้ AI
ด้านเวลา
- แก้ Bug 1 ตัว: 2–4 ชั่วโมง
- เพิ่มฟีเจอร์ใหม่: 1–2 วัน
- Modernization 1 หน้า: 1–2 สัปดาห์
ด้านบุคลากร
- ต้องใช้คนที่รู้ Legacy code เท่านั้น
- เกิด Knowledge silo
- พนักงานใหม่ต้องใช้เวลา 1–2 เดือนกว่าจะทำงานได้
ด้านความเสี่ยง
- เสี่ยงเกิด Breaking changes
- ไม่มี Automated tests
- มีความกังวลสูงทุกครั้งที่ Deploy ระบบ
🎯 ทำไมเลือก Legacy System Modernization เป็น Challenge
- Impact สูง – ระบบใช้งานจริง เห็นผลทันที
- Challenge ที่เหมาะสม – ซับซ้อนจริง เหมาะกับ AI-assisted development
- Learning Value – ได้เรียนรู้ทั้ง Legacy และ Modern Stack
- Quick Wins – ลดเวลาทำงาน เห็นผลชัดเจน และลดความเสี่ยง
🏗️ เปรียบเทียบ Architecture
Legacy Architecture
- RichFaces / JSF
- Flow:
User → Java EE Server → JSF/RichFaces →
Managed Beans → DAO → PostgreSQL
Modern Stack
- Frontend: AngularJS SPA (HTML/JS/CSS)
- Backend: Spring Boot REST API
- Integration: REST JSON
- Flow:
Controller → Service → DAO → PostgreSQL
🚀 นวัตกรรมและบทบาทของ AI
-
ลดเวลาและต้นทุน
AI ช่วยย่นระยะเวลาในการวิเคราะห์โค้ดและ Migration -
เพิ่มความถูกต้องและเสถียรภาพ
ลด Hard Code และ Human Error -
โครงสร้างพร้อมอนาคต
โค้ดดูแลรักษาง่าย และต่อยอด Modernization ได้ -
เสริมศักยภาพทีม
ทีมสามารถโฟกัสงานใหม่และงานที่สร้างคุณค่าได้ทันที
✨ Practical, Not Perfect
SMT AI NOW และ Project ของทีม AI YA
ตอกย้ำแนวคิดเดียวกันอย่างชัดเจนว่า
ไม่ต้องรอระบบใหม่
ไม่ต้องรอ solution ที่สมบูรณ์แบบ
แต่เริ่มจากจุดเล็กๆ ที่ช่วยทีมได้ทันที
Legacy ไม่ได้หมายถึงการหยุดนิ่ง
หากใช้ AI อย่างเหมาะสม
มันสามารถกลายเป็น Leverage ที่สร้างคุณค่าให้กับองค์กรได้จริง